มงคลชีวิต หลักธรรมแห่งความสุข 38 ประการ รู้แล้วจะไม่มีทุกข์

มงคล ชีวิต

มงคลชีวิต

แม้จะไม่มีตำราบทไหน ก็เป็นที่รู้กันดีว่า ชีวิตเรานี้ไม่มั่นคงถาวร ชีวิตนี้สั้นนัก และหากเรามีเวลาชีวิตเป็นเรื่องจำกัด เราจะทำให้ชีวิตเรามีความสุขหรือมีความทุกข์ และนี่ก็คงเป็นคำถามที่แทบจะไม่ต้องรอคำตอบ เพราะเรามีคำตอบอยู่ในใจอยู่แล้ว ก็คือการมีความสุขในชีวิตและปราศจากความทุกข์ ไม่เช่นนั้นแล้วเราก็คงไม่อธิษฐานทุกครั้งที่สวดมนต์หรือกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ขอให้มีชีวิตที่ดีมีความสุขไร้ทุกข์ทั้งปวง และเราจะสามารถมีความสุขได้ หากใช้มงคลชีวิต 38 ประการ ที่รู้ ระลึก แล้วนำไปปฏิบัติ รับรองว่าชีวิตนี้จะพบเจอแต่ความสุขอย่างแน่นอน

ความหมายของมงคล 38 มงคล ชีวิต

มงคล ชีวิต หรือมงคล 38 คือมูลเหตุแห่งความสุข 38 ประการ ซึ่งว่ากันว่ามีมาตั้งแต่สมัยพุทธกาล ว่ามีสิ่งใดที่เป็นมงคลและจะทำให้ชีวิตเป็นมงคลมีแต่ความสุข เทวดาองค์หนึ่งจึงได้เดินทางไปทูลถามพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงได้เกิดเป็นข้อมงคล ชีวิต 38 ประการ ดังนี้

  1. การไม่คบคนพาล คือการไม่คบผู้ที่ใช้คำชักจูงหรือกระบวนการชักจูงไปในทางที่ผิด และโง่เขลาเบาปัญญา เพราะมีแต่จะทำให้ชีวิตเสื่อมลง
  2. การคบบัณฑิต คือการคบผู้มีความรู้และความคิดดีการปฏิบัติดีเพื่อที่จะได้รับการชี้แนะที่ดีและเป็นมงคล
  3. การบูชาบุคคลที่ควรบูชา คือการช่วยผู้ประพฤติดีและมีพระคุณ ไม่สักการะบูชาสิ่งไม่เป็นมงคล
  4. การอยู่ในถิ่นอันสมควร คือการพาตัวเองไปอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี แวดล้อมไปด้วยบัณฑิตทั้งทางโลกและทางธรรม
  5. การเคยทำบุญมาก่อน คือการฝึกชำระล้างจิตใจ สั่งสมอานิสงส์และความดี
  6. การตั้งตนชอบ คือการวางตนอย่างเหมาะสมในการดำรงชีพและการประกอบสัมมาอาชีพต่างๆ
  7. ความเป็นพหูสูต คือการเป็นผู้รู้จักสดับรับฟังมาก ทำให้มีความรู้และมีปัญญา
  8. การรอบรู้ในศิลปะ คือการมีความรู้ในการใช้มือปฏิบัติจริงในงานต่างๆ
  9. การมีวินัยที่ดี คือการปฏิบัติตามระเบียบและกฎเกณฑ์ของสังคมไม่สร้างความเดือดร้อนให้ใคร
  10. การกล่าววาจาอันเป็นสุภาษิต เป็นคนพูดดีไม่เหลวไหล 
  11. การบำรุงบิดามารดา คือการเลี้ยงดูบิดามารดาและกล่าวยกย่องสรรเสริญ
  12. การสงเคราะห์บุตร คือการเลี้ยงดูบุตรให้ได้รับการอบรมสั่งสอนที่ดี
  13. การสงเคราะห์ภรรยา คือการเลี้ยงดูภรรยาให้ดี กล่าวยกย่องและไม่ดูหมิ่น
  14. การทำงานไม่ให้คั่งค้าง คือการทำงานทั้งทางโลกและทางธรรม ให้ลุล่วง ไม่เห็นแก่ตัวไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน
  15. การให้ทาน คือการฝึกจิตให้เป็นผู้มีความเสียสละ ไม่ทุจริตในสิ่งของที่ไม่ชอบ และลดละความเห็นแก่ตัว
  16. การประพฤติธรรม ยกระดับจิตใจให้สูงด้วยศีลและธรรมะ
  17. การสงเคราะห์ญาติ คือการให้ความช่วยเหลือญาติพี่น้องตามความสมควรและตามกำลังเมื่อเดือดร้อน
  18. การทำงานที่ไม่มีโทษ ทำงานหาเลี้ยงตนโดยที่เป็นงานสุจริตไม่ผิดกฎหมาย ศีลธรรมอันดี และไม่ผิดประเพณี
  19. การละเว้นจากบาป บาปคือสิ่งที่ไม่เป็นมงคลคือสิ่งไม่ดีคือสิ่งที่ทำแล้วรู้สึกไม่สบายใจ สร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้อื่น
  20. การสำรวมจากการดื่มน้ำเมา การดื่มของมึนเมาและไม่สามารถควบคุมตนได้อาจจะนำมาซึ่งการเสียทรัพย์และย่อมเสียสติสัมปชัญญะ
  21. การไม่ประมาทในธรรมทั้งหลาย การเป็นผู้ไม่ประมาทและมีสติพร้อมไม่หุนหันพลันแล่น ปฏิบัติตนในทางที่ดี
  22. การมีความเคารพ คือการให้ความเคารพแก่บุคคลที่ควรเคารพ ทั้งต่อหน้าและลับหลัง
  23. การมีความถ่อมตน การมีมารยาทสงบเสงี่ยมไม่หยิ่งผยอง
  24. การมีความสันโดษ คือการพึงพอใจในสิ่งที่ตนมี ยินดีตามกำลังของตนแบบไม่น้อยเนื้อต่ำใจ
  25. การมีความกตัญญู คือการเป็นผู้รู้จักตอบแทนบุญคุณและผู้มีเมตตาในยามเดือดร้อน
  26. การฟังธรรมตามกาล คือเมื่อมีโอกาสให้ฟังธรรมะและคิดทบทวนถึงประโยชน์แห่งหลักธรรม รวมถึงการนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน
  27. การมีความอดทน คือการเป็นผู้มีความอดทนต่อความยากลำบาก และความยากลำบากทั้งหลาย อดทนต่อกิเลส 
  28. การเป็นผู้ว่าง่าย คือการเป็นคนว่านอนสอนง่ายไม่ทำตัวกลบเกลื่อนความคิดและพร้อมปรับปรุงตัวเสมอ
  29. การได้เห็นสมณะ สำหรับผู้ที่อยู่ในสมณเพศต้องเป็นผู้ที่มีความสงบได้ความสงบทั้งทางกายวาจาและใจ
  30. การสนทนาธรรมตามกาล คือการแลกเปลี่ยนสาระความรู้กับผู้อื่นอยู่เสมอพูดด้วยวาจาที่ไม่โอ้อวดและมีความรู้จริงในทุกสิ่งที่พูด
  31. การบำเพ็ญตบะ โดยความหมายคือการฝึกปฏิบัติตนให้กิเลสหมดไป สำรวมทั้งกายและใจและไม่ยึดติดในสัมผัสภายนอกเกินไป
  32. การประพฤติพรหมจรรย์ สำหรับผู้ที่บวชให้ละเว้นจากการเสพเมถุน ในส่วนธาราว่าถ้ายึดปฏิบัติโดยการให้ทานหรือช่วยผู้อื่นตามสมควร
  33. การเห็นอริยสัจ คือการเห็นความจริงอันประเสริฐ 4 ประการ
  34. การทำให้เห็นแจ้งซึ่งพระนิพพาน คือการปฏิบัติตนโดยใช้หลักธรรมใดทุกข์และความไม่สบายใจและให้ระลึกถึงคุณ แห่งพระนิพพาน
  35. การมีจิตใจไม่หวั่นไหวในโลกธรรม คือการฝึกจิตใจตนไม่ให้หลงในลาภ ยศ หรือการสรรเสริญเยินยอ
  36. การมีจิตไม่เศร้าโศก หมายถึงการพลัดพรากเป็นเรื่องธรรมดาของชีวิต
  37. การมีจิตปราศจากกิเลส คือการฝึกปฏิบัติตนเพื่อให้ห่างไกลจากกิเลสทั้งหลาย และให้ห่างไกลจากสิ่งที่ทำให้จิตใจเศร้าหมอง
  38. การมีจิตเกษม คือการรักษาไว้ซึ่งสภาพที่มีจิตใจเป็นสุข สละและแล้วซึ่งกิเลส ไม่ยินดีในวัตถุ ในภพชาติ อวิชาทั้งหลาย


มงคลชีวิต ทั้ง 38 ข้อนี้ คือหลักปฏิบัติที่เรียบง่าย แต่น้อยคนนักจะสามารถทำได้อย่างครบถ้วน แต่ถ้าหากสามารถทำได้ตามนี้ก็คือการมีมงคล ชีวิตที่ดีและมีความสุขซึ่งจะได้พบเจอแต่ความเจริญทั้งทางโลกและทางธรรม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น